มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ เจาะใจครอบครัวอุปการะตัวอย่าง ที่ผ่านการอุปการะเด็กมาแล้วกว่า 3 รุ่น จากโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม

สำหรับการดำเนินงานของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ในมิติของการพัฒนาเด็กและเยาวชน หนึ่งโครงการที่สำคัญ นั่นคือโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม ด้วยเจตนารมณ์ที่เชื่อมั่นว่าเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี อยู่ในชุมชนที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม จะสามารถพัฒนา หล่อหลอม อบรมบ่มนิสัยให้เด็ก ๆ เจริญเติบโตทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่สำหรับเด็กกำพร้า แม้จะได้รับการเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตตามวัยในสถานสงเคราะห์ แต่ยังขาดองค์ประกอบสำคัญคือ “ครอบครัว”

ซึ่งการดำเนินงานของโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม ทำให้พบครอบครัวตัวอย่าง ที่ดีกลายหลายครอบครัว ที่รักเด็กกำพร้าไม่แตกต่างจากลูกแท้ๆของตนเอง พร้อมมอบความรัก ความเอาใจใส่ และบ่มเพาะเด็กๆให้เติบโตมาเป็นคนดี

นางมณีรัตน์ สดรัมย์ หรือแม่ยล หนึ่งในครอบครัวอุปการะตัวอย่าง ในโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม เล่าว่า แต่เดิมเคยทำงานรับเลี้ยงเด็กอยู่แล้ว จึงรู้สึกรักเด็กมาตั้งแต่วัยรุ่น เมื่อมีครอบครัว ก็มีลูกชายแท้ๆ 2 คน ซึ่งเติบโตและออกไปทำหน้าที่ของตนเองแล้ว แต่พอครอบครัวรู้ว่ามีโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม ของมูลนิธิฯ จึงมีความรู้สึกว่าอยากมีส่วนช่วยรับเลี้ยงดูเด็กกำพร้า เนื่องจากเชื่อว่ามีประสบการณ์เลี้ยงดูเด็กมาตลอดหลายปี

โดยน้องเจมส์ (นามสมมุติ) อายุ 11 เดือน เป็นคนแรก (รุ่นที่ 1) ที่รับเลี้ยงเมื่อปี 2557 ไม่มีใครทราบว่ามีโรคประจำตัว แต่ด้วยความเอาใจใส่ของครอบครัวแม่ยล ทำให้น้องมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ดี แต่ก็ยังจับสังเกตได้ว่าน้องไม่ค่อยมีปฏิกิริยาตอบสนอง โดยเฉพาะเวลาเรียก จึงแจ้งมูลนิธิ และพาไปตรวจที่โรงพยาบาล จึงทราบว่าน้องมีอาการหูหนวกทั้ง 2 ข้าง ทำให้ไม่สามารถเรียนในโรงเรียนปกติได้ ต้องส่งกลับสถานสงเคราะห์ ภายหลังจากที่อยู่กับครัวครัวได้กว่า 1 ปี เพื่อไปเรียนโรงเรียนพิเศษ แต่ความโชคดีของน้องเจมส์ สถานสงเคราะห์หาครอบครัวใหม่ได้ เป็นชาวฝรั่งเศส ซึ่งคุณแม่หูหนวกเช่นเดียวกับน้อง จึงมีความสนใจที่จะรับอุปการะเด็กหูหนวกเช่นกัน

สำหรับน้องกอล์ฟ (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ เป็นคนที่ 2 ที่แม่ยลอุปการะ รับช่วงต่อมาจากครอบครัวอื่น ซึ่งพึ่งทราบว่ามีหลานแท้ๆ มูลนิธิฯ จึงประเมินครอบครัวแล้วดูแลน้องไม่ไหว เนื่องจากน้องอาจจะมีปัญหาเรื่องสมาธิสั้น อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้น จึงตัดสินใจให้น้องมาอยู่กับแม่ยลแทน ซึ่งจากที่มูลนิธิฯ วิเคราะห์ได้คือ ความเอาใจใส่ของครอบครัวแม่ยล ทำให้น้องมีพฤติกรรมนิ่งมากขึ้น จากการที่สอนโดยใช้วิธีอ่านหนังสือนิทานให้ฟัง เพื่อให้น้องนั่งอยู่กับที่ และน้องอ่านหนังสือไม่ได้ แต่สามารถจำเรื่องราวของนิทานได้ทุกหน้า ทำให้แม่ยลพัฒนาน้องได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ถึง 1 ปี ก็มีครอบครัวจากเยอรมันมารับไปอุปการะต่อ

และน้องโน๊ต (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กที่แม่ยลรับอุปการะคนปัจจุบัน ซึ่งอยู่กับแม่ยลเข้าปีที่ 2 โดยน้องมีสุขภาพที่แข็งแรง มาอยู่กับครอบครัวแรกๆก็ไม่ค่อยพูด ขี้อาย แต่ครอบครัวก็คุยกับน้องทุกวัน ทำให้ปัจจุบันมีความสนิทและผูกพันกับครอบครัวมาก ซึ่งแม่ยลก็รักน้องโน๊ตเหมือนลูกแท้ๆของตนเอง โดยลักษณะนิสัยน้องโน๊ตจะชอบคุยกับครอบครัวสม่ำเสมอ มีความชื่นชอบการเล่นกีฬา แต่แม่ยลก็จะสอนให้โฟกัสและตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตของตนเอง

สำหรับครอบครัวแม่ยล การรับอุปการะเด็กกำพร้าในโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม ไม่ใช่ “งาน” ที่เคยทำ แต่ต้องเป็นแม่ที่แท้จริงให้กับน้องเหล่านี้ ดูแลเอาใจใส่เหมือนลูกแท้ๆของตนเอง ซึ่งนอกจากได้ช่วยเหลือน้อง ๆ ให้ได้มีครอบครัวที่อบอุ่น สามารถเติบโตเป็นคนดีและมีอนาคตที่ดีแล้ว น้องทุกคนยังมาช่วยเติมเต็มครอบครัวของแม่ยลให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

“ต้องขอขอบคุณมูลนิธิฯ ที่มีโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม ซึ่งเป็นโอกาสที่ครอบครัวจะได้มีส่วนช่วยเหลือน้อง ๆ เด็กกำพร้า ให้มีชีวิตใหม่และเติบโตได้อย่างสมบูรณ์จากการดูแลของครอบครัวเรา”

###